Chapter 3 : ปีหนึ่งกับการเริ่มต้น
Graph’s Say :
“ผมบอกว่าให้กระโดดตบพร้อมกันห้าสิบรอบ! พวกคุณได้ยินคำว่าพร้อมกันไหม!?
แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้!?!”
ณ
เวลานี้...เที่ยงกับอีกสามสิบสี่นาทีที่ลานกิจกรรมมหาวิทยาลัยถูกครอบครองโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์
ภาควิศวกรรมโยธาที่มีจำนวนคนมากเกือบที่สุดในสายคณะเดียวกัน...น้องๆปีหนึ่งทุกคนพร้อมใจกันยืนนิ่งกางแขนราวกับกำลังรับละอองหิมะเย็นฉ่ำที่โปรยปราย...
แต่ขอโทษครับ...พวกกูอยู่ประเทศไทย...ไม่ใช่สวีเดน
ตอนนี้ทุกรูขุมขนของผมถูกแผดเผาด้วยแสงอาทิตย์อันแรงกล้าเหมือนว่ามหาลัยแม่งตั้งอยู่ในจุดดับพระอาทิตย์
เหงื่อแตกซ่กจนเสื้อเปียกทั้งๆที่ไม่ใช่สงกรานต์ ข้างซ้ายของผมคือไอ้โดมที่หลอกตัวเองว่ามันอยู่ระหว่างฝึกกำลังภายในเป็นจอมยุทธ์
ส่วนอีกข้างคือไอ้เซนต์ที่มโนว่ามันกำลังได้รับวิตามินดี
ดีพ่อง!
“เอาใหม่! ทุกคนนับพร้อมกัน!!
ถ้าคราวนี้ยังทำไม่ได้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้กินข้าว!”
สิ้นเสียงประกาศของเฮดว้ากที่อยู่ด้านหน้า
ทุกคนก็พร้อมใจกันยืนนิ่ง เมื่อได้ยินต้นเสียงนับสามสี่
พวกเราทุกคนก็เริ่มกระโดดตบใหม่เป็นรอบที่สี่หรือห้าแล้วก็ไม่รู้
“หนึ่ง! สอง! สาม!”
ผมเองก็กระโดดแล้วตบมือบนหัวทั้งๆที่ขาเริ่มล้าไปหมด
ไอ้โดมกับไอ้เซนต์งี้หน้าแดงไปหมด
พวกผู้หญิงบางคนก็เหมือนจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...เฮดว้ากคนนั้นน่ะ...ไม่มีหัวใจบ้างเลยหรือไง?
แม้จะมองเห็นจากระยะไกลแบบนี้
แต่ผมก็มองเห็นสีหน้าเหมือนจะไปฆ่าใครของเขาได้ชัดแจ๋ว เส้นผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนเมื่อโดนแดดอย่างนี้ก็ยิ่งดูสว่าง
ผิวของเขาแดงไปหมดเพราะแดดเผาแต่ก็ยังยืนด่าพวกเราปาวๆโดยที่ไม่แสดงอาการอะไรสักนิด
นับถือจริงๆ...ห่า...
“พอ!!”
แต่แล้วเสียงของคนที่ผมกำลังส่องอยู่ก็รีบเบรกขึ้นทั้งๆที่ยังตบแปะไม่ถึงสิบห้าครั้ง
พวกเราทุกคนเงียบกริบรอฟังบัญชาต่อไป
“ต้องให้ผมพูดซ้ำกี่ครั้งว่าพร้อมกันน่ะ!! คำสั่งแค่นี้ทำไมพวกคุณถึงทำไม่ได้!?
หรือที่ผมพูดกับพวกคุณไปมันไม่เข้าสมองเลย!?
หรือต้องให้ผมสั่งให้เอากระทิงแดงราดหัวก่อนถึงจะมีแรงมาทำตามสิ่งที่ผมพูดเนี่ย!?!”
อื้อหือ...ด่าได้เจ็บแสบมาก...ชาติที่แล้วแม่งเกิดเป็นมดรึไงวะ
“เชี่ย...กราฟ
กูไม่ไหวแล้วอะ”
ไอ้โดมที่อยู่ข้างๆกระตุกชายเสื้อผมเบาๆจนผมหันไปมองแล้วก็ใจหายวาบ
แก้มมันแดงเพราะโดนแดดเผา แต่อย่างอื่นนี่ซีดเซียวไปหมดเหมือนคนจะลาโลกเต็มที
มันเหมือนจะไม่ไหวจนผมต้องประคองแขนมันไว้ ไอ้เซนต์ที่อยู่ข้างๆเลยหันมามองบ้าง
“โดมเป็นไรวะมึง?”
“ไม่รู้ว่ะ
เหมือนจะเป็นลมแดด”
ผมตอบพร้อมกับเขย่าตัวไอ้เปี๊ยกเบาๆ...แดดเผาจนแม้แต่ตาขาวมันยังแดงอะครับคิดดู
“เชี่ย! งั้นนี่
มึงรีบเอาน้ำกูราดมันเร็ว!
ไม่งั้นเดี๋ยวมันช็อกขึ้นมาชิบหายเลยนะ”
ไอ้เซนต์ว่าเร็วๆแล้วรีบก้มหยิบขวดน้ำเย็นที่ซื้อมาก่อนเข้าว้ากที่วางอยู่ข้างๆขามันส่งให้ผม
ผมรีบเปิดฝาแล้วเทราดหน้าราดหัวไอ้โดมทันทีเพราะไอ้คำว่าเดี๋ยวมันจะช็อกของไอ้เซนต์นี่แหละ
...ซึ่งพวกเราก็ลืมไปโดยสิ้นเชิงว่าตอนนี้กำลังอยู่ต่อหน้าเฮดว้าก...
“พวกคุณสามคนตรงนั้นน่ะ!! ทำอะไรกัน!?!”
กึก
เสียงโหดๆของใครบางคนทำให้ทั้งผมทั้งไอ้เซนต์ชะงักแล้วหันขวับไปมองทางต้นเสียง
พี่ว้ากกี่สิบชีวิตไม่รู้กำลังจ้องมองพวกเราเหมือนจะเอาไปฆ่าหมกป่าละเมาะแถวบ้าน
ส่วนปีหนึ่งอีกเป็นร้อยก็มองพวกเราเป็นตาเดียวเหมือนสับปะรด
อีห่า...ทีอย่างนี้ล่ะสามัคคีกันจัง
“พวกคุณไม่ฟังผมเลยใช่ไหม!? ไหนตอบมาซิว่าทำอะไร!?”
“เพื่อนผมเป็นลมครับ!!”
!?
ผมหันขวับไปมองไอ้เซนต์ที่ยืนตรงตอบคำถามอย่างฉะฉานจนทุกคนสตันท์ไปสิบวิ
แม้แต่เฮดว้ากก็เช่นกันที่นิ่งไป ก่อนจะหันไปเรียกพี่พยาบาลมาดู
ชั่ววินาทีหนึ่งเขาหันมาสบตากับผมพอดี
แล้วสีหน้าของเขาก็บึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด
เพียงเวลาไม่นานพี่ผู้หญิงฝ่ายพยาบาลก็รีบวิ่งมาทางพวกผม
พี่เขาตบแก้มดูอาการไอ้โดมแปบเดียวแล้วก็เรียกเพื่อนมาช่วยกันหามมันออกไปที่ศาลาใกล้ๆ
ผมกับไอ้เซนต์มองตามไปอย่างเป็นห่วงเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นเพื่อนพวกเรา
ก่อนจะต้องหันกลับไปเพราะเสียงพี่ว้ากดังขึ้นอีกรอบ
“เลิกสนใจได้แล้ว! ผมยังพูดไม่จบนะ!!”
พวกปีหนึ่งที่หันไปมองไอ้โดมรีบหันกลับไปหาเฮดว้ากแทบจะในทันที
ซึ่งคำพูดที่ออกมาแน่นอนว่ามีแต่คำบริภาษล้วนๆจนผมกับไอ้เซนต์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมา
อะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย...?
...................................................................
“มึงเป็นไงบ้าง? ดีขึ้นยัง?”
“โหยเซนต์
กูบอกเป็นสิบรอบแล้วนะว่ากูไม่เป็นไรอ่า พวกมึงก็คิดมากไปได้”
หลังจากที่การประชุมเชียร์วันนี้สิ้นสุดลง
ผมกับไอ้เซนต์ก็รีบตรงดิ่งมายังหน่วยพยาบาลทันที
แล้วก็เห็นไอ้เปี๊ยกที่ตอนแรกแม่งอ่อนปวกเปียกเหมือนจะตายคุยสนุกสนานเฮฮากับพี่ๆผู้หญิงโดยไม่ได้รับรู้ความทรมานทรกำของปั่นจิ้งหรีดสามสิบรอบเลยสักนิด
มึงแกล้งเป็นลมใช่ไหม!? ตอบ!!
“เออๆ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว พวกกูห่วงแทบแย่นึกว่ามึงจะชักแหง่กๆๆ”
ไอ้เซนต์ว่าแล้วทำท่าชักแหงกๆเหมือนจิ้งจกโดนไฟช็อตจนไอ้โดมกับพี่ๆพยาบาลที่มองอยู่ขำก๊าก
ผมเองก็หลุดขำเบาๆออกมาเหมือนกัน
“ฮะๆ
น้องเซนต์ตลกดีอ่ะ”
พี่แก้ว
พี่ปีสามหน่วยพยาบาลพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยจนไอ้เซนต์ยิ้มเขินๆ ไม่เขินก็แปลกครับ...พี่เขาน่ารัก
ผมยาวๆย้อมสีน้ำตาลเข้ม แต่งหน้านิดเดียวก็สวย เอวบาง ร่างเล็ก ยิ้มเก่ง เฟรนลี่
ครบสูตรของผู้หญิงในอุดมคติ
“แก้วววว~”
แต่แล้วเสียงหัวเราะของพวกเราทั้งหมดก็เงียบลงน้อยๆเมื่อใครบางคนเดินเข้าศาลามาพร้อมกับเสียงเรียก
ทำให้พี่แก้วหันขวับไปมอง แล้วก็เลิกคิ้วน้อยๆทั้งที่ยิ้มอยู่
“อ้าวฟีล?
มีอะไรรึเปล่า?”
ผมหันไปมองตาม
และก็เห็นพี่คนหนึ่งที่จำได้รว่าเป็นพี่ว้ากเดินมาทางนี้
ถึงผมจะไม่ได้ก่อวีรกรรมอะไรกับพี่แกก็เถอะ ก็ลองนึกดูนะครับ...หน้าใสๆไร้สิว
สันจมูกโด่งได้รูป ดวงตาคมที่พอมองไปทางไหนทีสาวก็ละลายแบบนี้มันโคตรเด่นเลยเหอะ
ใครจำไม่ได้ก็โคตรบื้อละ!
“ใครวะกราฟ? มึงรู้จักปะ?” ไอ้เซนต์แอบกระซิบถาม
เวรกรรม...กูเพิ่งด่าไปแหมบๆ
“เราเหมือนจะเป็นไข้อะแก้ว”
พี่คนนั้นที่ถูกเรียกว่า ‘ฟีล’ พูดพร้อมกับทำหน้าเหมือนกำลังเหนื่อยมาก
จริงๆก็ไม่แปลกหรอกที่จะเป็น เล่นตากแดดกันขนาดนั้นอะนะ
“แย่แล้ว
นี่ปวดหัวรึเปล่าเนี่ย?” พี่แก้วรีบยื่นมือไปแตะแก้มพี่ฟีล
“ไม่หรอก...เพราะเราเป็นไข้เธอไม่ดาด
ขาดเธอไม่ได้อ่ะ ฮิ้วววววววว เสี่ยวเชี่ยยยยย”
= =;
แม่งมีใครเมพกว่านี้ไหมครับ? เล่นเอง ตบเอง โห่เองหมด...ครบเซ็ท!
“โห่ฟีลอะ! เราตกใจหมด!” พี่แก้วว่าพลางทำหน้าดุๆ
แต่ว่าแก้มสองข้างกลับเป็นสีชมพู ส่วนริมฝีปากก็เม้มแน่นเหมือนกำลังกลั้นยิ้มอยู่
ทำเอาพี่ฟีลหัวเราะ ก่อนจะหันมามองสามหน่อปีหนึ่งอย่างพวกเราเหมือนเพิ่งจะสังเกต
“อ๊ะ
นี่น้องที่เป็นลมนี่? เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นยัง?”
พี่เขารีบตรงดิ่งมาถามไอ้โดมทันที
ซึ่งมันก็ยิ้มแล้วส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรแล้ว
ทำให้พี่ฟีลถอนหายใจเหมือนจะโล่งอกจนผมอดคิดไม่ได้...ทั้งๆที่เป็นเพื่อนเฮดว้าก
แต่ว่านิสัยนี่คนละขั้วจริงๆเลย เหอะ
“ไม่เป็นไรหรอกพี่ ดีนะตอนมันเป็นลมแดดพวกผมเอาน้ำเย็นมาราดตัวทัน
ไม่งั้นคงร้อนจนชักอะ” ไอ้เซนต์ว่า ทำให้พี่ฟีลหันมายิ้มแล้วพูดต่อ
“สาดน้ำเย็นอะ
พี่ขอบาย”
“?”
พี่ฟีลหันกลับไปมองไอ้โดมที่ตอนนี้นั่งทำหน้าเป็นหมางง
แล้วพี่เขาก็ควักไอโฟนตัวเองออกมากดๆก่อนจะยื่นให้ไอ้เปี๊ยกโดมพลางทำท่าเสยผม
“แต่ถ้าน้องมีไลน์...พี่ขอที”
“...”
เงิบแดกกันทั้งศาลา
“ฮุ...ฮุ...ฮ่าๆๆ!! โอ๊ยฮาว่ะ
โคตรจี้อ่ะพี่ ฮ่าๆๆ!”
ไอ้เซนต์ขำกลิ้งออกมาทำให้ทุกคนขำตามไปด้วยจนเสียงขำดังไปทั่ว
ตอนนี้ไอ้โดมหน้าแดงไปถึงคอเลยล่ะครับ
ผิดกับพี่ฟีลที่มือยังค้างอยู่ท่าเสยผมส่วนอีกมือก็ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเพื่อนผมอยู่เลย
“ขอไลน์หน่อยครับ”
“อะ...ครับ”
สุดท้ายแล้วไอ้โดมก็ให้ไอดีไลน์พี่ฟีลไปแบบงงๆปนเขินพร้อมบรรยากาศสีชมพูอมม่วงที่ล้อมรอบ
พอไอ้หมาน้อยมันเงยหน้ามามอง ผมเลยแกล้งทำหน้าล้อเลียนมันไป เท่านั้นแหละ
มันก้มหน้างุดเลย สงสัยจะอายจริงๆ
“หัวเราะไรกันวะ?
ไอ้ฟีล?”
ใครบางคนที่เดินเข้ามาทำให้พวกเราหันไปมองพร้อมกัน
แล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นร่างของเฮดว้ากเดินเข้ามาด้วยสีหน้ามึนงง แต่พอเห็นพวกเราปุ๊บ
สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดทันที
“ไอ้เกียร์?
มีไรวะ?”
“เปล่า...กูแค่จะมาบอกว่าสมุดเซ็นชื่อเหลือเพียบ
มึงไปช่วยไอ้ปอนับทีดิ๊ว่าเหลือเท่าไหร่ เดี๋ยวกูไปเอาแฟ้มงานจากไอ้เบียร์ก่อน”
พี่ฟีลพยักหน้าก่อนจะวิ่งออกไป
ทิ้งให้เหลือแค่สามหน่อปีหนึ่ง เฮดว้ากสุดโหด และหน่วยพยาบาลที่นั่งตาปริบๆ
“...”
ดวงตาสีดำของเฮดว้ากปรายมองพวกเรานิ่งๆเหมือนกำลังจ้องมองขยะชนิดหนึ่งว่าควรนำไปใส่ในถังสีเขียว
สีเหลือง สีน้ำเงินหรือสีแดงดี (ทั้งๆที่ความจริงสุดท้ายมันก็เอามารวมกันหมดอยู่ดี)
โดยไม่ได้พูดอะไรเลย...ก่อให้เกิดบรรยากาศกดดันอย่างมหาศาลจนพี่ๆคนอื่นพากันถอยหนีไปตามสภาพ
มือของเขาหยิบอะไรบางอย่างโยนลงมาตรงหน้าของผมพอดี
แหมะ
“พวกมึงไม่ได้มาเอาไอ้นี่”
พี่ว้ากพูดสั้นๆแล้วหันหน้าไปทางอื่น
ส่วนพวกผมก็มองของที่เขาโยนมาให้...สมุดเล่มเล็กๆสามเล่มเหมือนกันเป๊ะ...นี่มัน...
สมุดลายเซ็น?
“ตั้งแต่มะรืนนี้ก็เริ่มขอได้แล้ว หาให้ครบพันชื่อ ไม่งั้นกูจะเอาพวกมึงให้ตาย”
ว่าจบ ร่างที่ดูผอมบางก็เดินจากไปราวกับพวกเราเป็นอากาศธาตุ
ไอ้โดมนั่งมองแบบหมางงของมัน
ไอเซนต์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วหยิบสมุดพลิกซ้ายพลิกขวาสำรวจ ผมเองก็หยิบมันขึ้นมาดู
...ทั้งๆที่ความจริงแล้วจะทำเป็นไม่สนใจก็ได้...แต่ก็เอามาให้
“...”
ชื่อเกียร์...งั้นสินะ?
“กราฟมึงเป็นไรวะ?
นั่งยิ้มอยู่คนเดียว”
ผมเงยหน้ามองไอ้โดมที่ทำหน้าแปลกๆใส่
เหมือนกันกับไอ้เซนต์ที่ทำหน้าพิลึกพอกัน ก่อนที่ผมจะหัวเราะออกมาเบาๆ
“เปล่า...ไม่มีไร”
**********************************************************************
แงงงงง ผิดไปแล้วค่ะ ขอโทษที่ดองค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่าาาา YwY
แต่งด้วยความเร็วแข่งกับหอยทากค่ะ...แต่ว่ากว่าจะแต่งได้บทหนึ่งหอยทากกระดึ๋บข้ามประเทศได้แล้วอ่ะค่ะ 55555 ;w;
พี่ฟีลเป็นคนตลก ฟฟฟฟว์ มุกจีบสาวเอามาจากแท็กนี้ในทวิตค่ะ #มุขเสี่ยวเกี้ยวสาว
บอกแล้วว่าจริงๆพี่เกียร์ใจดี XD แต่นางขี้วีนแค่นั้นแหละค่ะ แค่ขี้วีน ขี้โมโห อารมณ์ร้อนนั่นแหละ ไม่งั้นทุกอย่างดีหมด
ส่วนหนุ่มกราฟนี่...ดีทุกอย่างยกเว้นนิสัย 5555555 #อัลไล
แงงงงง ผิดไปแล้วค่ะ ขอโทษที่ดองค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่าาาา YwY
แต่งด้วยความเร็วแข่งกับหอยทากค่ะ...แต่ว่ากว่าจะแต่งได้บทหนึ่งหอยทากกระดึ๋บข้ามประเทศได้แล้วอ่ะค่ะ 55555 ;w;
พี่ฟีลเป็นคนตลก ฟฟฟฟว์ มุกจีบสาวเอามาจากแท็กนี้ในทวิตค่ะ #มุขเสี่ยวเกี้ยวสาว
บอกแล้วว่าจริงๆพี่เกียร์ใจดี XD แต่นางขี้วีนแค่นั้นแหละค่ะ แค่ขี้วีน ขี้โมโห อารมณ์ร้อนนั่นแหละ ไม่งั้นทุกอย่างดีหมด
ส่วนหนุ่มกราฟนี่...ดีทุกอย่างยกเว้นนิสัย 5555555 #อัลไล
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น