Chapter 2 : พี่ว้ากกับชีวิตประจำวัน
Gear’s Side :
“เป็นไรมึง? ทำหน้าเป็นตูดลิงเบย อย่าบอกนะว่าเมนส์ไม่มาอ่ะ?”
“ไอ้สัส!!”
ทันทีที่ถูกทัก ผมก็หันไปให้พร (ด่า) ไอ้คนที่มันมาทักทันที แต่มันก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากหัวเราะคิกคัก แถมยังมีหน้าหันไปทำท่าซุบซิบโคตรน่าเอาบาทาประทับหน้ากับคนอีกคนด้วย
“ไนท์ดูดิ ไอ้เกียร์มันเมนส์ไม่มาแล้วมันมาวีนใส่กูอ่ะ ทำไงดีวะ?”
มัน หรือ ‘ไอ้ฟีล’ กระซิบด้วยเสียงที่เรียกได้ว่ามันจงใจให้ผมได้ยินชัดเต็มสองรูหู แล้วก็เหลือบมองผมแบบทะเล้นๆจนผมส่งค้อนปะหลักปะเหลือกให้จนลูกตาแทบหลุดไปหามัน และแทบจะวิ่งไล่เตะมันให้เลือดสาด
แต่ผมไม่เคยวิ่งไล่มันทัน เพราะงั้นช่างเหอะ
“เออ...แบบนี้ยาสตรีเพ็ญภาคจะช่วยได้ไหมวะ...?”
และผมก็หันไปจิกตาใส่คนอีกคนที่รับมุขได้หน้าเอ๋อและน่าหมั่นไส้โคตรๆ...เรียกให้ไอ้ฟีลยิ่งหัวเราะชอบอกชอบใจใหญ่ ผมจึงสะบัดหน้าหนีมันสองตัวแล้วหันมาสนใจแก้วกาแฟเย็นตรงหน้าต่อ
ผมดูดกาแฟที่รู้สึกว่ารสชาติมันแย่ลงไปถนัดตา ขณะที่เพื่อนอีกสองคนก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น
“เออไนท์ ว่าแต่ภาคมึงรับน้องเป็นไงมั่งวะ?”
ผมเลื่อนสายตาไปมองใบหน้าที่จัดได้ว่าไม่ได้หล่อเทพแต่ก็ใสไร้สิวและดูดีของคนถูกถามอย่างสนใจเช่นกัน มันอยู่คนละภาคกับผมกับไอ้ฟีลครับ ผมอยู่โยธา มันอยู่ไฟฟ้า เพราะงั้นเลยแยกกันรับน้อง แต่จะมารวมกันบางครั้งตอนประชุมเชียร์ใหญ่ๆจริงๆเท่านั้น
“ก็ดี...ชิลล์ๆ...”
มันตอบเอื่อยๆพลางเอาหลอดดูดน้ำเขี่ยวนไปในแก้วชาเขียวเย็นที่น้ำแข็งละลายจนจืดชืดหมดแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้ผมกับไอ้ฟีลสนใจมากกว่าก็คือคำว่า ‘ชิลล์ๆ’ ของมันนี่แหละ
“ชิลล์? ชิลล์ยังไงของมึง?” ไอ้ฟีลถาม
ไอ้ไนท์หันไปมองหน้าฟีลแบบอึนๆแล้วก็กลับมาสนใจการเขี่ยหลอดเล่นตามเดิม
“กูหมายถึงว่าก็สนุกดี เฮฮาไม่เครียด...น้องก็ดูจะสนุกกันด้วย...”
ปึง!
“มึงว่าไงนะ!?”
ผมตบโต๊ะเสียงดังและผุดลุกขึ้นถามมันเสียงหลงทันทีจนคนอื่นๆที่นั่งอยู่ในโรงอาหารหลังเลิกที่ถึงจะมีน้อยแต่ก็พากันมองผมเป็นตาเดียว จนต้องลดตัวลงนั่งเหมือนเดิม...และหันไปมองแบบเค้นคำตอบกับไอ้เพื่อนเฉื่อยชาที่ตอบแบบค้างๆคาๆ
“นี่ภาคมึง...ไม่ได้ว้ากเหรอวะ?”
“เออดิ ว้ากทำไม...เสียงกูแหบหมด...” มันมองพวกเรานิ่งๆ และเริ่มร่ายทฤษฎีแปลกๆออกมา “กูว่าบางทีการจะทำให้น้องเคารพมันก็ไม่จำเป็นต้องใช้ความหวาดกลัวป่ะวะ?...คือจะว่าไงดี...กูว่าถ้าหากว่าให้น้องได้เคารพรุ่นพี่ว่าเป็นพี่ที่มีเหตุผลมันจะดีกว่า...”
“...”
“กูจำได้...กูรู้ว่าตอนยังเป็นปีหนึ่งโดนว้ากแล้วกูรู้สึกเหี้ยขนาดไหน...กูไม่อยากให้น้องต้องมารู้สึกแบบกู ไม่ต้องมาวิ่งโหดๆแหกปากคอแทบแตกแล้วก็ป่วยเหมือนกู”
ผมกับไอ้ฟีลมองหน้ากันนิ่งๆรอบหนึ่ง แล้วก็หันกลับไปหาไอ้นักปราชญ์ (?) ที่เกือบจะดูดีแล้ว...ถ้าหากว่ามันไม่หยิบแก้วกาแฟของไอ้ฟีลมาดูด
“ไม่ว้ากก็ไม่ใช่วิศวะดิมึง เสียเที่ยวชิบหาย” ผมบ่นอุบแทน “แล้วมึงจำไม่ได้รึไงว่าตอนหลังจากที่จบว้าก ได้เกียร์รุ่นเกียร์ภาคแล้วภูมิใจขนาดไหนอ่ะ มันรู้สึกดีแบบดีมากเลยนะเว้ย...มึงไม่อยากให้น้องรู้สึกแบบนั้นกันบ้าง?”
“...เอาเหอะ...พวกมึงจะคิดยังไงก็เรื่องของมึง...”
มันเสมองไปทางอื่นเงียบๆแล้วก็เริ่มตกอยู่ในโลกส่วนตัวของมันอีกครั้ง...ไอ้ไนท์มันเป็นคนซับซ้อนครับ...ภายนอกจริงๆมันก็ดูปกติดีนั่นแหละ แต่ถ้าสนิทกับมันจริงๆจะรู้ว่ามันคิดอะไรไม่เคยจะเหมือนชาวบ้าน แถมยังชอบทำอะไรแปลกๆด้วย
แต่ข้อดีของมันก็คือมันไม่แคร์อะไรที่ไม่ค่อยดี...และมันก็ไม่ค่อยน้อยใจหรืองี่เง่าไร้สาระ
“โหยมึงงงง ทำยังกะแค่ว้ากน้องแล้วกูจะเลิกคบมึงเลยน้า”
ไอ้ฟีลเป็นคนแรกที่เริ่มกลับมาหัวเราะแล้วก็กอดคอไอ้ไนท์โยกไปมาพร้อมกับขยี้ผมซอยตัดสั้นนั้น ซึ่งไนท์ก็หันไปทำหน้าเอ๋อแดกใส่จนผมขำก๊ากออกมา และแล้วบรรยากาศตึงๆอึมครึมรอบตัวพวกเราก็หายวับไปแทบจะในทันที
“เออๆ พูดถึงเรื่องว้ากน้อง วันนี้ไอ้เกียร์โหดสัสรัสเซียเลยเว้ย” ไอ้ฟีลเริ่มเปิดปาก จนไอ้ไนท์หันมามองแบบสนใจ “วันนี้นะมีน้องสองคนเว้ย...มันมาสายห้าสิบนาที แล้วทีนี้ไอ้เกียร์มันไม่ชอบหน้าน้อง มันเลยบอกให้น้องสก็อตจัมพ์ไปห้าสิบนาทีเลย”
“ห่าฟีล! กูยังไม่เคยบอกซักคำว่ากูไม่ชอบหน้าพวกมัน!” ผมแว้ดใส่ ซึ่งก็ได้รอยยิ้มกวนๆกลับมา
“อ่อ...มึงไม่บอก แต่การที่มึงจ้องหน้าน้องจนตาแทบถลนนี่บ้านกูมันเรียกว่าไม่ชอบเว้ย...แถมตอนน้องโดนลงโทษนี่สีหน้ามึงยังกะพระเอกเดธโน้ตอะมึง...ไม่เชื่อไปถามไอ้ปอดู มันยืนขำกะกูเนี่ย”
ผมเลยได้แต่เงียบไม่รู้จะเถียงอะไร...และนั่งฟังไอ้ฟีลด่าถล่มให้ไนท์เก็บข้อมูลแบบโมโหโคตรๆจนแทบจะลงไปชักดิ้นชักงอกับพื้นแข่งกับไส้เดือนโดนเหยียบ ขณะที่สมองขุดหาเหตุผลที่มันฟังขึ้นเพื่อจะมาสวนกลับไอ้เชี่ยฟีล
“มึงนั่นแหละโอ๋น้องเกิน! เดี๋ยวมันได้ใจแล้วไม่เกรงมึงกูจะขำ!” ผมเลยด่ากลับไปบ้าง
“แต่ถึงว้ากแบบมึงน้องมันก็ไม่เหรงไม่ใช่อ่อวะ?” ไอ้ฟีลยักคิ้ว “ไอ้น้องที่ตัวเล็กๆนั่นน่ะเกรงมึง โอเคข้อนี้กูยอมรับ...แต่ไอ้น้องใส่แว่นอะดิ”
เมื่อนึกไปถึงหน้าไอ้เด็กเวรใส่แว่นหน้าเกาหลีที่หน้าตายพอๆกับไอ้ไนท์แต่เพิ่มระดับความขี้เก๊กและน่าหมั่นไส้ลงไปอีกเยอะๆผมก็เริ่มโมโหขึ้นมาอีก...ยิ่งนึกถึงแววตาที่ดูหยิ่งๆ ไม่เคารพใครของมันก็ยิ่งฉุนจนผมเผลอหายใจแรงยังกับวัวกระทิงเจอผ้าแดง
“มึงอย่าพูดถึงไอ้เด็กนั่นให้กูได้ยินอีกนะ!”
ซึ่งยิ่งเมื่อผมหงุดหงิด...ไอ้ฟีลก็ยิ่งยิ้มชอบใจ ส่วนไอ้ไนท์ก็นั่งมองพวกเราสลับกันไปมาแบบมึนๆ แต่ผมรู้ว่ามันรู้เรื่อง
“คร้าบๆ...เห็นป่ะไนท์...พอโดนแทงใจดำแล้วไอ้เกียร์โคตรหงุดหงิดเลยว่ะ ฮ่าๆ”
“ไอ้ห่าฟีล!!”
และแล้วบทสนทนาของพวกเราก็เป็นอันตัดไปเมื่อผมลุกขึ้นยืนวิ่งไล่เตะมัน แต่ไอ้ฟีลก็ไวกว่าลุกขึ้นโกยแน่บไปแล้ว ส่วนผมก็วิ่งตามอย่างเอาเป็นเอาตายโดยหมายมั่นว่าวันนี้แหละต้องเอาให้มันสลบคาตีน...ส่วนไอ้ไนท์ก็นั่งมองพวกเราเงียบๆโดยไม่มีการยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งสิ้น
...................................................................
“ไอ้เหี้ยฟีล...คอยดูนะมึง...”
ผมสบถกับตัวเองขณะที่ล้วงกระเป๋ากางเกงควานหากุญแจห้อง และเมื่อเจอผมก็หยิบมันขึ้นมาไขประตูไม้บานสีขาว จนเมื่อได้ยินเสียงดังกริ๊ก ผมก็เก็บกุญแจไว้ที่เดิมและเปิดประตูเดินเข้าห้องไปพร้อมกับถุงข้าวผัดกะเพรากับขนมอีกนิดหน่อยในมือ
เมื่อเดินเข้าไปในห้องผมก็วางถุงของกินบนโต๊ะเล็กพร้อมกับเดินไปเปิดม่านตรงระเบียงออกให้เห็นถึงท้องฟ้าในยามหัวค่ำที่เริ่มมืด และผมก็มองไปที่ตลาดนัดเล็กๆด้านล่างที่มีคนเดินคึกคักไปหมด...เหมือนกับที่ได้กลิ่นอาหารจากด้านล่างลอยขึ้นมาจางๆ
มันทำให้ผมอมยิ้มแล้วก็มองดูการกระทำของพวกเขาไปเรื่อยๆ
ผมชอบที่จะเฝ้ามองคนอื่นจากตรงระเบียงห้องแบบนี้...มันทำให้ผมรู้สึกเหมือนกับกำลังจ้องมองมดตัวเล็กๆที่ไม่รู้ว่าเรากำลังสังเกตอยู่...อย่างเช่นผู้หญิงโกรกผมสีทองคนหนึ่งที่มักจะซื้อเกาลัดคั่วทุกวัน ผู้ชายตัวผอมที่เพิ่งจะเคยเห็นครั้งแรกที่เดินไปยังร้านข้าว หรือหมาลายจุดตัวหนึ่งที่ป้วนเปี้ยนไปมา
มันทำให้รู้สึกว่าเวลาผ่านไปไว...จนเมื่อหันไปมองอีกทีก็เห็นว่ามันประมาณเกือบสองทุ่มแล้ว
ผมจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วก็จัดการข้าวกะเพราร้านประจำที่วันนี้ป้าแกอาจจะโกรธใครมาหรือไง...เลยใส่กะเพราหนักมือไปหน่อย แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะผมก็กินหมด แล้วก็ฉีกเลย์มาซองหนึ่งพร้อมกับโค้กอีกขวด ขณะที่มือก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเข้าเฟซบุ๊คแบบที่ทำทุกวัน
ปลายนิ้วเลื่อนหน้าแรกไปเรื่อยๆ กดไลค์บ้างบางโพสต์ แล้วก็หยิบมันฝรั่งรสบาร์บีคิวเข้าปาก
และแล้วผมก็ขมวดคิ้วเมื่อเห็นสเตตัสของไอ้เบื๊อกคนหนึ่งที่แท็กผมมาด้วย
‘FeelZa FeelFeel – กับ Gear Kornapat
ขอให้มึงมีหน้าน้องเขาทุกลมหายใจนะครัช รักกันไปนานๆ XD’
ผมจึงเลื่อนไปกดอ่านคอมเมนต์ทันทีเมื่อเห็นว่ามีคนมาตอบสถานะนั้นมากมาย...รวมถึงจำนวนคนถูกใจก็เกือบสามร้อยทั้งที่มันโพสต์มาแค่สองชั่วโมง บางทีอาจจะเพราะไอ้ฟีลมันดังด้วยก็ได้มั้ง?
‘Pimmiiz Pimrata : กรี๊ดดดดดดด ใครอ่ะฟีลลลล เกียร์ชอบใคร???’
‘คนหล่อ รักจิงจิง : น้องไหนวะโคตรโชคร้ายเบย 555 กูละอยากเห็นจริงๆ’
‘ไม่รู้ ไม่บอก : เกียร์มันมีแฟนแล้วอ่อ? ใครวะไอ้ฟีล? หลังไมค์ด่วนๆๆ’
และอีกมากมายหลายความเห็นในทำนองนี้ทั้งนั้นจนผมนึกอยากจะให้มันมีปุ่มดิสไลค์...ถ้ามันมีจริงผมจะกดไอ้โพสต์นี้รัวๆรวมถึงความเห็นยี่สิบกว่าความเห็นพวกนั้นด้วยซึ่งเข้าใจผิดกันไปหมดว่าเป็นเรื่องอะไรทำนองว่าผมไปปิ๊งน้อง
ไม่เลยไม่...รักกันปานจะเอามีดมาแทงตายเลยเหอะ
ผมเลยจัดการส่งแชทไปด่าไอ้ฟีล แต่ว่ามันไม่ได้อ่าน เหมือนกับว่ามันไม่ได้เปิดอยู่ ผมเลยกดออกเฟซแล้วก็เขวี้ยงโทรศัพท์ไปบนเตียง จากนั้นก็เก็บพวกห่อขนมที่หมดแล้วกับกล่องข้าวใส่ถุง เอาออกไปนอกห้องพร้อมกับขยะที่เหลือจากเมื่อวาน
สองขาของผมเดินออกไปนอกห้อง และในจังหวะที่จะปิดประตู ห้องข้างๆก็ทักพอดี
“อ้าวเกียร์? ไปทิ้งขยะเหรอ?”
ผมหันไปยิ้มให้เล็กน้อย...เขาเป็นชายหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติแบบเดือนคณะที่แก่กว่าผมปีหนึ่ง เขาเป็นรุ่นพี่ที่ผมรู้จักตั้งแต่อยู่หอนี้ครั้งแรกๆเลยตั้งแต่ตอนรับน้อง จนสนิทกันมากกว่าพี่น้องแท้ๆซะอีก
“ครับเฮียวิทย์...เพิ่งกลับเหรอครับ?”
อีกคนพยักหน้าหงึกๆให้ พร้อมกับถอนหายใจเล็กน้อย
“อ่า...ไอ้ปัตย์มันลืมเอากระเป๋าตังค์ไปเลยไม่เงินจ่ายค่าข้าวน่ะสิ...เฮียเลยต้องขึ้นมาเอาตังค์ไปให้มันตรงร้านเจ๊ดาเนี่ย”
ผมหัวเราะกับคำตอบนั้น...พี่ปัตย์คือพี่อีกคนที่สนิทกับเฮียวิทย์จนตัวแทบติดกันเป็นปาท่องโก๋ถึงแม้จะเรียนกันคนละคณะ แต่ว่าผมก็สนิทกับเขาพอสมควร และจำได้แม่นเพราะหูที่เจาะจนแทบพรุน แล้วก็ท่าทางแรงๆแต่ว่าเปิ่นสุดตีนของพี่แกนั่นแหละ
เมื่อคุยเสร็จผมก็เดินไปทิ้งขยะด้านล่างหอ แล้วก็กลับขึ้นมาอีกครั้ง...ทำให้เดินสวนกะเฮียวิทย์ที่เร่งรีบเดินไปพร้อมกระเป๋าเงินในมือที่ทำให้ผมหัวเราะอีกรอบ และก็นึกภาพออกเลยว่าพี่ปัตย์ต้องโดนเฮียเขาว้ากใส่แน่ๆ
ผมเดินกลับขึ้นไปที่ห้อง หลังจากนั้นก็เปิดทีวี ใช้ชีวิตอย่างสุขสงบของตนเองต่อไป
************************************************************************
ก...กลับมาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ช้ามากๆเลย...สารภาพค่ะว่าลืมเลยว่ามีนิยายเรื่องนี่อยู่ YwY // โดนฆ่า
ตอนแรกที่แต่งก็กะจะให้พี่ไนท์เป็นผู้ชายปกติค่ะ แต่ไปๆมาๆเป็นแบบนี้ได้ไงกันนะ? 555555
ส่วนเรื่องเฮียวิทย์นั้น...เฮียวิทย์คนนี้ได้กำเนิดมาจากเพื่อนสนทิคนหนึ่งค่ะ! >w<
ชีวิตประจำวันพี่เกียร์มุ้งมิ้ง 55555 ที่จริงแล้วพี่เกียร์เป็นคนใจดีนะคะ~ แต่ว่าก็แค่ขี้หงุดหงิด ขี้วีน ขี้โมโหเท่านั้นเอง (?)
ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ! ยังไงก็อัพต่อแน่ค่ะ แต่อาจจะแบบ...เดือนละบท ไรงี้ 55555 // โดนตบตี
อ๋าาาา ล้อเล่นค่า จะมาอัพนะคะถ้าเกิดว่าง รักทุกคนค่า!
************************************************************************
ก...กลับมาแล้วค่ะ ขอโทษนะคะที่ช้ามากๆเลย...สารภาพค่ะว่าลืมเลยว่ามีนิยายเรื่องนี่อยู่ YwY // โดนฆ่า
ตอนแรกที่แต่งก็กะจะให้พี่ไนท์เป็นผู้ชายปกติค่ะ แต่ไปๆมาๆเป็นแบบนี้ได้ไงกันนะ? 555555
ส่วนเรื่องเฮียวิทย์นั้น...เฮียวิทย์คนนี้ได้กำเนิดมาจากเพื่อนสนทิคนหนึ่งค่ะ! >w<
ชีวิตประจำวันพี่เกียร์มุ้งมิ้ง 55555 ที่จริงแล้วพี่เกียร์เป็นคนใจดีนะคะ~ แต่ว่าก็แค่ขี้หงุดหงิด ขี้วีน ขี้โมโหเท่านั้นเอง (?)
ขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดนะคะ! ยังไงก็อัพต่อแน่ค่ะ แต่อาจจะแบบ...เดือนละบท ไรงี้ 55555 // โดนตบตี
อ๋าาาา ล้อเล่นค่า จะมาอัพนะคะถ้าเกิดว่าง รักทุกคนค่า!