วันพฤหัสบดีที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2558

Chapter 3 : ปีหนึ่งกับการเริ่มต้น

Chapter 3 : ปีหนึ่งกับการเริ่มต้น


Graph’s Say :


            “ผมบอกว่าให้กระโดดตบพร้อมกันห้าสิบรอบ! พวกคุณได้ยินคำว่าพร้อมกันไหม!? แล้วทำไมมันถึงเป็นแบบนี้!?!

            ณ เวลานี้...เที่ยงกับอีกสามสิบสี่นาทีที่ลานกิจกรรมมหาวิทยาลัยถูกครอบครองโดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ ภาควิศวกรรมโยธาที่มีจำนวนคนมากเกือบที่สุดในสายคณะเดียวกัน...น้องๆปีหนึ่งทุกคนพร้อมใจกันยืนนิ่งกางแขนราวกับกำลังรับละอองหิมะเย็นฉ่ำที่โปรยปราย...

            แต่ขอโทษครับ...พวกกูอยู่ประเทศไทย...ไม่ใช่สวีเดน

            ตอนนี้ทุกรูขุมขนของผมถูกแผดเผาด้วยแสงอาทิตย์อันแรงกล้าเหมือนว่ามหาลัยแม่งตั้งอยู่ในจุดดับพระอาทิตย์ เหงื่อแตกซ่กจนเสื้อเปียกทั้งๆที่ไม่ใช่สงกรานต์ ข้างซ้ายของผมคือไอ้โดมที่หลอกตัวเองว่ามันอยู่ระหว่างฝึกกำลังภายในเป็นจอมยุทธ์ ส่วนอีกข้างคือไอ้เซนต์ที่มโนว่ามันกำลังได้รับวิตามินดี

            ดีพ่อง!

            “เอาใหม่! ทุกคนนับพร้อมกัน!! ถ้าคราวนี้ยังทำไม่ได้ก็อย่าหวังเลยว่าจะได้กินข้าว!

            สิ้นเสียงประกาศของเฮดว้ากที่อยู่ด้านหน้า ทุกคนก็พร้อมใจกันยืนนิ่ง เมื่อได้ยินต้นเสียงนับสามสี่ พวกเราทุกคนก็เริ่มกระโดดตบใหม่เป็นรอบที่สี่หรือห้าแล้วก็ไม่รู้

            “หนึ่ง! สอง! สาม!

            ผมเองก็กระโดดแล้วตบมือบนหัวทั้งๆที่ขาเริ่มล้าไปหมด ไอ้โดมกับไอ้เซนต์งี้หน้าแดงไปหมด พวกผู้หญิงบางคนก็เหมือนจะไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...เฮดว้ากคนนั้นน่ะ...ไม่มีหัวใจบ้างเลยหรือไง?

            แม้จะมองเห็นจากระยะไกลแบบนี้ แต่ผมก็มองเห็นสีหน้าเหมือนจะไปฆ่าใครของเขาได้ชัดแจ๋ว เส้นผมย้อมสีน้ำตาลอ่อนเมื่อโดนแดดอย่างนี้ก็ยิ่งดูสว่าง ผิวของเขาแดงไปหมดเพราะแดดเผาแต่ก็ยังยืนด่าพวกเราปาวๆโดยที่ไม่แสดงอาการอะไรสักนิด

            นับถือจริงๆ...ห่า...

            “พอ!!

            แต่แล้วเสียงของคนที่ผมกำลังส่องอยู่ก็รีบเบรกขึ้นทั้งๆที่ยังตบแปะไม่ถึงสิบห้าครั้ง พวกเราทุกคนเงียบกริบรอฟังบัญชาต่อไป

            “ต้องให้ผมพูดซ้ำกี่ครั้งว่าพร้อมกันน่ะ!! คำสั่งแค่นี้ทำไมพวกคุณถึงทำไม่ได้!? หรือที่ผมพูดกับพวกคุณไปมันไม่เข้าสมองเลย!? หรือต้องให้ผมสั่งให้เอากระทิงแดงราดหัวก่อนถึงจะมีแรงมาทำตามสิ่งที่ผมพูดเนี่ย!?!

            อื้อหือ...ด่าได้เจ็บแสบมาก...ชาติที่แล้วแม่งเกิดเป็นมดรึไงวะ

            “เชี่ย...กราฟ กูไม่ไหวแล้วอะ”

            ไอ้โดมที่อยู่ข้างๆกระตุกชายเสื้อผมเบาๆจนผมหันไปมองแล้วก็ใจหายวาบ แก้มมันแดงเพราะโดนแดดเผา แต่อย่างอื่นนี่ซีดเซียวไปหมดเหมือนคนจะลาโลกเต็มที มันเหมือนจะไม่ไหวจนผมต้องประคองแขนมันไว้ ไอ้เซนต์ที่อยู่ข้างๆเลยหันมามองบ้าง

            “โดมเป็นไรวะมึง?”

            “ไม่รู้ว่ะ เหมือนจะเป็นลมแดด” ผมตอบพร้อมกับเขย่าตัวไอ้เปี๊ยกเบาๆ...แดดเผาจนแม้แต่ตาขาวมันยังแดงอะครับคิดดู

            “เชี่ย! งั้นนี่ มึงรีบเอาน้ำกูราดมันเร็ว! ไม่งั้นเดี๋ยวมันช็อกขึ้นมาชิบหายเลยนะ”

            ไอ้เซนต์ว่าเร็วๆแล้วรีบก้มหยิบขวดน้ำเย็นที่ซื้อมาก่อนเข้าว้ากที่วางอยู่ข้างๆขามันส่งให้ผม ผมรีบเปิดฝาแล้วเทราดหน้าราดหัวไอ้โดมทันทีเพราะไอ้คำว่าเดี๋ยวมันจะช็อกของไอ้เซนต์นี่แหละ

            ...ซึ่งพวกเราก็ลืมไปโดยสิ้นเชิงว่าตอนนี้กำลังอยู่ต่อหน้าเฮดว้าก...

            “พวกคุณสามคนตรงนั้นน่ะ!! ทำอะไรกัน!?!

            กึก

          เสียงโหดๆของใครบางคนทำให้ทั้งผมทั้งไอ้เซนต์ชะงักแล้วหันขวับไปมองทางต้นเสียง พี่ว้ากกี่สิบชีวิตไม่รู้กำลังจ้องมองพวกเราเหมือนจะเอาไปฆ่าหมกป่าละเมาะแถวบ้าน ส่วนปีหนึ่งอีกเป็นร้อยก็มองพวกเราเป็นตาเดียวเหมือนสับปะรด

            อีห่า...ทีอย่างนี้ล่ะสามัคคีกันจัง

            “พวกคุณไม่ฟังผมเลยใช่ไหม!? ไหนตอบมาซิว่าทำอะไร!?

            “เพื่อนผมเป็นลมครับ!!

            !?

            ผมหันขวับไปมองไอ้เซนต์ที่ยืนตรงตอบคำถามอย่างฉะฉานจนทุกคนสตันท์ไปสิบวิ แม้แต่เฮดว้ากก็เช่นกันที่นิ่งไป ก่อนจะหันไปเรียกพี่พยาบาลมาดู

            ชั่ววินาทีหนึ่งเขาหันมาสบตากับผมพอดี แล้วสีหน้าของเขาก็บึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด

            เพียงเวลาไม่นานพี่ผู้หญิงฝ่ายพยาบาลก็รีบวิ่งมาทางพวกผม พี่เขาตบแก้มดูอาการไอ้โดมแปบเดียวแล้วก็เรียกเพื่อนมาช่วยกันหามมันออกไปที่ศาลาใกล้ๆ ผมกับไอ้เซนต์มองตามไปอย่างเป็นห่วงเพราะอย่างน้อยมันก็เป็นเพื่อนพวกเรา ก่อนจะต้องหันกลับไปเพราะเสียงพี่ว้ากดังขึ้นอีกรอบ

            “เลิกสนใจได้แล้ว! ผมยังพูดไม่จบนะ!!

            พวกปีหนึ่งที่หันไปมองไอ้โดมรีบหันกลับไปหาเฮดว้ากแทบจะในทันที ซึ่งคำพูดที่ออกมาแน่นอนว่ามีแต่คำบริภาษล้วนๆจนผมกับไอ้เซนต์มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมา

            อะไรกันนักกันหนาวะเนี่ย...?

...................................................................

            “มึงเป็นไงบ้าง? ดีขึ้นยัง?”

            “โหยเซนต์ กูบอกเป็นสิบรอบแล้วนะว่ากูไม่เป็นไรอ่า พวกมึงก็คิดมากไปได้”

            หลังจากที่การประชุมเชียร์วันนี้สิ้นสุดลง ผมกับไอ้เซนต์ก็รีบตรงดิ่งมายังหน่วยพยาบาลทันที แล้วก็เห็นไอ้เปี๊ยกที่ตอนแรกแม่งอ่อนปวกเปียกเหมือนจะตายคุยสนุกสนานเฮฮากับพี่ๆผู้หญิงโดยไม่ได้รับรู้ความทรมานทรกำของปั่นจิ้งหรีดสามสิบรอบเลยสักนิด

            มึงแกล้งเป็นลมใช่ไหม!? ตอบ!!

            “เออๆ ไม่เป็นไรมากก็ดีแล้ว พวกกูห่วงแทบแย่นึกว่ามึงจะชักแหง่กๆๆ”

            ไอ้เซนต์ว่าแล้วทำท่าชักแหงกๆเหมือนจิ้งจกโดนไฟช็อตจนไอ้โดมกับพี่ๆพยาบาลที่มองอยู่ขำก๊าก ผมเองก็หลุดขำเบาๆออกมาเหมือนกัน

            “ฮะๆ น้องเซนต์ตลกดีอ่ะ”

            พี่แก้ว พี่ปีสามหน่วยพยาบาลพูดพร้อมกับหัวเราะไปด้วยจนไอ้เซนต์ยิ้มเขินๆ ไม่เขินก็แปลกครับ...พี่เขาน่ารัก ผมยาวๆย้อมสีน้ำตาลเข้ม แต่งหน้านิดเดียวก็สวย เอวบาง ร่างเล็ก ยิ้มเก่ง เฟรนลี่ ครบสูตรของผู้หญิงในอุดมคติ         

            “แก้วววว~

            แต่แล้วเสียงหัวเราะของพวกเราทั้งหมดก็เงียบลงน้อยๆเมื่อใครบางคนเดินเข้าศาลามาพร้อมกับเสียงเรียก ทำให้พี่แก้วหันขวับไปมอง แล้วก็เลิกคิ้วน้อยๆทั้งที่ยิ้มอยู่

            “อ้าวฟีล? มีอะไรรึเปล่า?”

            ผมหันไปมองตาม และก็เห็นพี่คนหนึ่งที่จำได้รว่าเป็นพี่ว้ากเดินมาทางนี้ ถึงผมจะไม่ได้ก่อวีรกรรมอะไรกับพี่แกก็เถอะ ก็ลองนึกดูนะครับ...หน้าใสๆไร้สิว สันจมูกโด่งได้รูป ดวงตาคมที่พอมองไปทางไหนทีสาวก็ละลายแบบนี้มันโคตรเด่นเลยเหอะ ใครจำไม่ได้ก็โคตรบื้อละ!

            “ใครวะกราฟ? มึงรู้จักปะ?” ไอ้เซนต์แอบกระซิบถาม

            เวรกรรม...กูเพิ่งด่าไปแหมบๆ

            “เราเหมือนจะเป็นไข้อะแก้ว” พี่คนนั้นที่ถูกเรียกว่า ฟีล พูดพร้อมกับทำหน้าเหมือนกำลังเหนื่อยมาก จริงๆก็ไม่แปลกหรอกที่จะเป็น เล่นตากแดดกันขนาดนั้นอะนะ

            “แย่แล้ว นี่ปวดหัวรึเปล่าเนี่ย?” พี่แก้วรีบยื่นมือไปแตะแก้มพี่ฟีล

            “ไม่หรอก...เพราะเราเป็นไข้เธอไม่ดาด ขาดเธอไม่ได้อ่ะ ฮิ้วววววววว เสี่ยวเชี่ยยยยย”

            = =;

            แม่งมีใครเมพกว่านี้ไหมครับ? เล่นเอง ตบเอง โห่เองหมด...ครบเซ็ท!

            “โห่ฟีลอะ! เราตกใจหมด!” พี่แก้วว่าพลางทำหน้าดุๆ แต่ว่าแก้มสองข้างกลับเป็นสีชมพู ส่วนริมฝีปากก็เม้มแน่นเหมือนกำลังกลั้นยิ้มอยู่ ทำเอาพี่ฟีลหัวเราะ ก่อนจะหันมามองสามหน่อปีหนึ่งอย่างพวกเราเหมือนเพิ่งจะสังเกต

            “อ๊ะ นี่น้องที่เป็นลมนี่? เป็นไงบ้าง? ดีขึ้นยัง?”

            พี่เขารีบตรงดิ่งมาถามไอ้โดมทันที ซึ่งมันก็ยิ้มแล้วส่ายหัวเป็นเชิงว่าไม่เป็นไรแล้ว ทำให้พี่ฟีลถอนหายใจเหมือนจะโล่งอกจนผมอดคิดไม่ได้...ทั้งๆที่เป็นเพื่อนเฮดว้าก แต่ว่านิสัยนี่คนละขั้วจริงๆเลย เหอะ

            “ไม่เป็นไรหรอกพี่ ดีนะตอนมันเป็นลมแดดพวกผมเอาน้ำเย็นมาราดตัวทัน ไม่งั้นคงร้อนจนชักอะ” ไอ้เซนต์ว่า ทำให้พี่ฟีลหันมายิ้มแล้วพูดต่อ

            “สาดน้ำเย็นอะ พี่ขอบาย”

            “?”

            พี่ฟีลหันกลับไปมองไอ้โดมที่ตอนนี้นั่งทำหน้าเป็นหมางง แล้วพี่เขาก็ควักไอโฟนตัวเองออกมากดๆก่อนจะยื่นให้ไอ้เปี๊ยกโดมพลางทำท่าเสยผม

            “แต่ถ้าน้องมีไลน์...พี่ขอที”

            “...”

            เงิบแดกกันทั้งศาลา

            “ฮุ...ฮุ...ฮ่าๆๆ!! โอ๊ยฮาว่ะ โคตรจี้อ่ะพี่ ฮ่าๆๆ!

            ไอ้เซนต์ขำกลิ้งออกมาทำให้ทุกคนขำตามไปด้วยจนเสียงขำดังไปทั่ว ตอนนี้ไอ้โดมหน้าแดงไปถึงคอเลยล่ะครับ ผิดกับพี่ฟีลที่มือยังค้างอยู่ท่าเสยผมส่วนอีกมือก็ยื่นโทรศัพท์ไปตรงหน้าเพื่อนผมอยู่เลย

            “ขอไลน์หน่อยครับ”

            “อะ...ครับ”

            สุดท้ายแล้วไอ้โดมก็ให้ไอดีไลน์พี่ฟีลไปแบบงงๆปนเขินพร้อมบรรยากาศสีชมพูอมม่วงที่ล้อมรอบ พอไอ้หมาน้อยมันเงยหน้ามามอง ผมเลยแกล้งทำหน้าล้อเลียนมันไป เท่านั้นแหละ มันก้มหน้างุดเลย สงสัยจะอายจริงๆ

            “หัวเราะไรกันวะ? ไอ้ฟีล?”

            ใครบางคนที่เดินเข้ามาทำให้พวกเราหันไปมองพร้อมกัน แล้วก็ต้องผงะเมื่อเห็นร่างของเฮดว้ากเดินเข้ามาด้วยสีหน้ามึนงง แต่พอเห็นพวกเราปุ๊บ สีหน้าเขาก็เปลี่ยนเป็นหงุดหงิดทันที

            “ไอ้เกียร์? มีไรวะ?”

            “เปล่า...กูแค่จะมาบอกว่าสมุดเซ็นชื่อเหลือเพียบ มึงไปช่วยไอ้ปอนับทีดิ๊ว่าเหลือเท่าไหร่ เดี๋ยวกูไปเอาแฟ้มงานจากไอ้เบียร์ก่อน”

            พี่ฟีลพยักหน้าก่อนจะวิ่งออกไป ทิ้งให้เหลือแค่สามหน่อปีหนึ่ง เฮดว้ากสุดโหด และหน่วยพยาบาลที่นั่งตาปริบๆ

            “...”

            ดวงตาสีดำของเฮดว้ากปรายมองพวกเรานิ่งๆเหมือนกำลังจ้องมองขยะชนิดหนึ่งว่าควรนำไปใส่ในถังสีเขียว สีเหลือง สีน้ำเงินหรือสีแดงดี (ทั้งๆที่ความจริงสุดท้ายมันก็เอามารวมกันหมดอยู่ดี) โดยไม่ได้พูดอะไรเลย...ก่อให้เกิดบรรยากาศกดดันอย่างมหาศาลจนพี่ๆคนอื่นพากันถอยหนีไปตามสภาพ

            มือของเขาหยิบอะไรบางอย่างโยนลงมาตรงหน้าของผมพอดี

            แหมะ

            “พวกมึงไม่ได้มาเอาไอ้นี่”

            พี่ว้ากพูดสั้นๆแล้วหันหน้าไปทางอื่น ส่วนพวกผมก็มองของที่เขาโยนมาให้...สมุดเล่มเล็กๆสามเล่มเหมือนกันเป๊ะ...นี่มัน...

            สมุดลายเซ็น?

           “ตั้งแต่มะรืนนี้ก็เริ่มขอได้แล้ว หาให้ครบพันชื่อ ไม่งั้นกูจะเอาพวกมึงให้ตาย”

           ว่าจบ ร่างที่ดูผอมบางก็เดินจากไปราวกับพวกเราเป็นอากาศธาตุ ไอ้โดมนั่งมองแบบหมางงของมัน ไอเซนต์ก็ไม่ได้ว่าอะไรแล้วหยิบสมุดพลิกซ้ายพลิกขวาสำรวจ ผมเองก็หยิบมันขึ้นมาดู

           ...ทั้งๆที่ความจริงแล้วจะทำเป็นไม่สนใจก็ได้...แต่ก็เอามาให้

            “...”

            ชื่อเกียร์...งั้นสินะ?

            “กราฟมึงเป็นไรวะ? นั่งยิ้มอยู่คนเดียว”

            ผมเงยหน้ามองไอ้โดมที่ทำหน้าแปลกๆใส่ เหมือนกันกับไอ้เซนต์ที่ทำหน้าพิลึกพอกัน ก่อนที่ผมจะหัวเราะออกมาเบาๆ


            “เปล่า...ไม่มีไร”


**********************************************************************

แงงงงง ผิดไปแล้วค่ะ ขอโทษที่ดองค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่ะ ขอโทษค่าาาา YwY
แต่งด้วยความเร็วแข่งกับหอยทากค่ะ...แต่ว่ากว่าจะแต่งได้บทหนึ่งหอยทากกระดึ๋บข้ามประเทศได้แล้วอ่ะค่ะ 55555 ;w;

พี่ฟีลเป็นคนตลก ฟฟฟฟว์ มุกจีบสาวเอามาจากแท็กนี้ในทวิตค่ะ #มุขเสี่ยวเกี้ยวสาว
บอกแล้วว่าจริงๆพี่เกียร์ใจดี XD แต่นางขี้วีนแค่นั้นแหละค่ะ แค่ขี้วีน ขี้โมโห อารมณ์ร้อนนั่นแหละ ไม่งั้นทุกอย่างดีหมด
ส่วนหนุ่มกราฟนี่...ดีทุกอย่างยกเว้นนิสัย 5555555 #อัลไล