Chapter 1 : ปีหนึ่งกับเพื่อนใหม่
Graph’s Say :
“เชี่ย...เอาไงดีวะมึง?”
คนข้างๆที่ตัวเตี้ยกว่าผมเกือบสิบเซ็นต์หน้าซีดยิ่งกว่ากระดาษเอสี่ หลังจากที่โดนรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งยืนแหกปากทำหน้าโหดอยู่ด้านหน้าของห้องประชุมเชียร์เรียกเสียงดัง...นั่นทำให้คนอีกเกือบห้าร้อยคนในห้องหันมามองพวกเราเป็นตาเดียว
ตั้งใจจะประจานเลยสินะ...คุณเฮดว้าก?
“ก็ไม่เอาไง เขาเรียกก็ไปดิ”
ผมตอบไอ้โดมไปด้วยสีหน้าตามปกติผิดกับมันที่ตอนนี้หน้าตาเหมือนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ...ก่อนจะลากมันเดินไปด้วย ซึ่งระหว่างนั้นพวกเราก็ตกเป็นเป้าสายตายิ่งกว่าซูเปอร์สตาร์ระดับเอเชียเสียอีก...
จนกระทั่งเมื่อผมสามารถเดินมาหยุดตรงหน้าเฮดว้ากคนนั้นได้โดยมีไอ้เปี๊ยกตัวสั่นด๊อกแด๊กห้อยตามมาด้วย...ผมถึงได้เห็นว่ารุ่นพี่คนนั้นหน้าตาดูดีกว่าที่มองเห็นจากระยะไกล...และตัวบางกว่าที่คิด
“บอกชื่อกับรหัสพวกคุณมา!”
เขาถามเสียงโหดจนไอ้โดมสะดุ้งตัวโยน...ด้วยความที่มันเป็นคนตัวเล็กอยู่แล้ว พอมันท่าทางแบบนี้เลยยิ่งเหมือนกับลูกหนูเจอแมวเข้าไปใหญ่...แถมตาโตๆนั่นยังมองไปทางนู้นทีทางนั้นทีเหมือนจะขอความช่วยเหลือจากที่ไหนสักแห่ง...ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่มี
“ภ...ภัทรพล...รหัส 0128 ค...ครับ” มันตอบเสียงสั่น
“แล้วคุณล่ะ?”
“...กันต์กวี รหัส 0041 ครับ” ผมตอบเสียงเรียบพลางจ้องตาพี่ว้ากตัวดีไม่วางตา
และดูท่ามันจะทำให้เขาไม่ค่อยพอใจสักเท่าไหร่...ดูจากคิ้วเรียวที่เริ่มขมวดเป็นปมมากขึ้นจนน่าจิ้มตรงหว่างคิ้วให้คลายออกนั่นน่ะ...
“ปฐมนิเทศเริ่มกี่โมง?”
“...”
พวกเราสองคนต่างเงียบ...ไอ้โดมเงียบเพราะมัวแต่ก้มหน้าตัวสั่นไม่กล้าตอบ ส่วนผมก็เงียบเพราะจำไม่ได้แถมยังมองหน้าคนถามนิ่งๆ...จนคนตรงหน้ากัดฟันกรอด
ทำเอาความรู้สึกอยากกวนตีนมันผุดขึ้นมาในหัวทันทีเลยล่ะครับ
“ผมถามว่าปฐมนิเทศเริ่มกี่โมง!?”
“ป...แปดโมงครับ” ไอ้โดมตอบพร้อมกับหลับตาปี๋จนผมส่ายหัวน้อยๆอย่างไม่เข้าใจว่ามันมีอะไรน่ากลัวนักหนา
“แล้วตอนนี้กี่โมงแล้ว?”
“แปดโมง...ห...ห้า...”
“พูดอะไร!? ผมไม่ได้ยิน!!”
“แปดโมงห้าสิบครับ!”
“สายมาห้าสิบนาที...พวกคุณคิดว่าเพื่อนๆคนอื่นของคุณมากันตั้งแต่กี่โมง!?” เฮดว้ากตวาดเสียงเขียวจนทั้งห้องประชุมพากันทำหน้ากลัวสุดขีด...มีคนหนึ่งทำท่าเหมือนจะเป็นลมแล้วก็มีเพื่อนข้างๆเอายาดมกับพัดมาให้ด้วยล่ะ
อะไรจะกลัวกันขนาดนั้นนนน?
“ห้าสิบนาทีที่ผ่านมาคงไม่มีค่าในสายตาพวกคุณสินะ...ดี...”
รุ่นพี่คนนั้นกดเสียงต่ำ พร้อมกับยกยิ้มมุมปากดูชั่วร้ายไม่ต่างจากในหนังสักนิดขึ้นทำเอาไอ้โดมตัวสั่นกว่าเดิม...สงสัยคงกลัวจนขี้หดหมดแล้วมั้งนั่น?
“ถ้างั้นก็กอดคอสก็อตจัมพ์กันห้าสิบนาที จนกว่าผมจะบอกให้หยุด!”
ห่ะ...ห้าสิบนาที...รวมแล้วกี่รอบวะเนี่ย...?
“ยืนบื้อกันทำไมอีก!? ผมบอกให้ทำก็ทำสิ!!”
และเพียงแค่อีกประโยคพ่นออกมา...ไอ้โดมที่ยืนเงอะๆงะๆอยู่ในตอนแรกก็สะดุ้งสุดตัวจนเรียกได้ว่ามันกลัวจนขี้หด ก่อนจะรีบกอดคอผม...ผมเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกอดคอมันกลับแบบมึนๆ แล้วก็เริ่มลุกนั่งตามคำสั่ง
“หนึ่ง! สอง!”
...................................................................
“โอ๊ยเชี่ย...ขากูพังแล้วมั้งเนี่ย”
“มึงจะบ่นทำหอกไรวะ? บ่นแล้วขามึงจะหายเจ็บไง?”
และแทนที่พอผมด่ากลับไปแล้วไอ้โดมมันจะเลิกบ่น...เปล่าเลยครับเปล่าเลย...มันกลับยิ่งบ่นหงุงหงิงกว่าเดิมเหมือนลูกหมาไม่มีผิด ยิ่งตอนนี้มันเดินแบบคนขาไม่มีแรง มันเลยยิ่งดูคล้ายกับลูกหมาง่อยแดกเข้าไปใหญ่
“มึง...กูขอนั่งแปบดิ”
ไอ้โดมรีบพูดทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นม้านั่งหินอ่อนที่อยู่ไม่ไกล...ผมกับมันเลยรีบเร่งสปีดในการกอดคอเดินแบบคนขาเป๋ไปให้ถึงจุดหมายอย่างเร็วที่สุด
ทันทีที่หย่อนก้นทิ้งน้ำหนักบนม้าหินเย็นๆ ไอ้โดมก็ถอนใจเฮือกใหญ่และเริ่มอ้าปากบ่นอีกรอบ ในขณะที่เอนหัวไปข้างหลังพิงกับขอบโต๊ะ
“เฮดว้ากแม่งต้องการไรวะ!? กูละเบื่อ!”
คำพูดของมันทำให้ผมนึกถึงบทลงโทษห้าสิบนาทีที่ได้รับไป...เอาจริงๆมันก็ไม่ครบดีหรอก ถ้าประมาณไม่ผิดคงแค่สิบนาทียี่สิบนาทีเองมั้ง?...แต่แค่ไม่ถึงครึ่งพวกผมยังขาลากขนาดนี้...ขืนสก็อตจัมพ์นานห้าสิบนาทีจริงๆมีหวังคงรู้สึกเหมือนสิบล้อทับขาชัวร์
“เป็นไงล่ะ รับน้องสุดเจ๋งของมึง...กูถึงไม่อยากมาไงครับสัส” ผมตอบกลับไปบ้าง
ไอ้โดมหันมาค้อนวงใหญ่ใส่ผม และยังไม่ทันที่มันจะอ้าปากพ่นอะไรออกมา ก็มีเสียงมาขัดซะก่อน
“เฮ้ย...พวกมึงสองคนอ่ะ”
พวกผมสองคนหันไปมองด้านขวา...ผู้ชายคนหนึ่งนั่งคร่อมอยู่บนมอเตอร์ไซค์ฟีโน่สีดำเงาวับกำลังจ้องมองเราสองคนด้วยสีหน้าสงสัย แต่กระนั้นก็ยังยิ้มให้อย่างเป็นมิตร
“เลิกว้ากตั้งนานแล้วนะ...ทำไมยังมานั่งตรงนี้อะ?”
เขาถามพลางเอียงหัวที่สวมหมวกกันน็อกสีขาวน้อยๆ...แต่เมื่อไอ้โดมจะอ้าปากตอบ ปีหนึ่งคนนั้นก็ทำท่าเหมือนนึกอะไรออกก่อนจะหัวเราะออกมา
“หรือมารอใคร? ฮะๆ”
“เปล่า โดนพี่ว้ากลงโทษอ่ะดิ สก็อตจัมพ์จนปวดขาหมดละเนี่ย” ไอ้โดมตอบพลางทำหน้าป่วยๆ...ผมกับมันเป็นคนประเภทใครดีมาดีตอบครับ เพราะงั้นใครที่ไม่พูดหยาบมา พวกเราก็จะพูดเพราะขึ้นมาหน่อยนึง
“เอ๊า? แล้วงี้กลับไหวอ่อ?”
“ไม่รู้ว่ะ ไม่ไหวก็นอนแม่งใน ม.นี่หละ”
เมื่อได้คำตอบ...เจ้าของรถมอไซค์ก็มองพวกผมนิ่งๆเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างออก...และเขาก็ยิ้มออกมาอีกครั้งพร้อมกับบิดรถมาใกล้ๆม้าหินที่ผมนั่งอยู่มากขึ้น
“หออยู่ไหนอะ เดี๋ยวไปส่ง”
“เห้ย ไม่ต้องๆ เกรงใจ” ผมรีบโบกมือ แต่ก็ต้องเปลี่ยนเป็นแบคว้าหมวกกันน็อกอีกอันที่คนซึ่งเพิ่งรู้จักโยนมาให้
“เพื่อนกันน่า อย่าซีเว้ย” เขาหัวเราะและเขยิบตัวไปด้านหน้าเตรียมพร้อมให้พวกเราซ้อนท้าย...นั่นทำให้ป้ายกระดาษห้อยคอซึ่งตอนแรกพลิกกลับหลังอยู่หมุนกลับมาให้ผมเห็น
‘N’เซนต์ 0067’
“อ้อ...เออ กูเซนต์” เขาพูดเหมือนเพิ่งนึกออกหลังจากเห็นผมมองป้ายชื่อเขา
“กูกราฟ...ส่วนไอ้นี่ชื่อโดม แต่มึงจะเรียกไอ้เปี๊ยกก็ได้ อ้อ...แต่ชื่อเล่นมันจริงๆคือชิวาว่า”
“สัสกราฟ! ไม่แซะกูซักวันมึงจะตายห่ามะ!?”
เซนต์หัวเราะเสียงใสทันที จนพวกผมหัวเราะบ้าง ก่อนที่เขาจะเอามือมาตบๆเบาะหลังพร้อมกับสายตาวิบวับที่จ้องมองมาเป็นเชิงคาดหวังไม่นิดหน่อย
“ขึ้นมาเร็วๆดิ...ติดเครื่องไว้นานๆมันเปลืองน้ำมันนะเออ”
แหม่...คำพูดไม่ค่อยจะกดดันเลยนะครับคุณมึง...
************************************************************************
แฮ่! ขอโทษที่หายไปนานนะคะ งานเยอะจริงอะไรจริง
จะพยายามมาอัพนะคะ! แต่บอกตรงๆเลยค่ะว่าในบอร์ดตอนนี้มีแต่กระแสพี่ว้ากทั้งนั้น...เลยเริ่มกลัวแล้วล่ะค่ะ ;3;
แล้วก็ตอนเปิดมาครั้งแรกตกใจเลยค่ะ มียอดวิวเยอะแยะเลย! >w<
ที่จริงแล้วเรื่องนี้ก็ลงในเด็กดีด้วยนะคะ แต่ลงไว้ที่เว็บนี้ด้วย เพราะบางทีแบบ...ฉากเข้าด้ายเข้าเข็มไร้งี้ก็จะได้มาลงที่นี่แทนไงคะ... // เอานิ้วชี้จิ้มกันไปมาบุ้ยปากตอแหลมาก // โดนตบตี
555555 เอาเป็นว่าขอบคุณรีดทุกคนจริงๆนะคะ!
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น